“ที่เที่ยวสตูล” เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยว แม้ว่าจะอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ แต่ระยะทางไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเดินทางไปสำรวจเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์นี้ และเมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในจังหวัดสตูล ก็ต้องนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลอันสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเกาะตะรุเตา, เกาะหลีเป๊ะ หรือหมู่เกาะอาดัง-ราวี ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก วันนี้เราจึงขอพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับจังหวัดสตูลให้มากขึ้น ด้วย 15 สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสตูลที่เราได้คัดสรรมานำเสนอ
เปิด 6 พิกัด ที่เที่ยวสตูล
1. ถ้ำภูผาเพชร

มาเริ่มต้นที่สถานที่แรกกันเลย “ถ้ำภูผาเพชร” ซึ่งเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก ตั้งอยู่ในตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล เมื่อคุณเข้าไปในถ้ำจะพบกับห้องโถงกว้างขวาง เพดานสูงที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่ยังมีน้ำหยดอยู่ และเมื่อได้รับแสงไฟจะสะท้อนเป็นประกายที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีการแบ่งชื่อห้องต่างๆ ตามลักษณะธรณีสัณฐานที่พบออกเป็น 20 ห้อง เช่น “ห้องม่านเพชร” ที่มีลักษณะคล้ายกับผ้าม่าน, “ห้องพญานาค” ที่มีหินงอกคล้ายงูใหญ่หรือพญานาค, และ “ห้องปะการัง” ที่มีหินงอกหินย้อยคล้ายปะการังในทะเล
และถ้าพิจารณาจากชนิดของหินงอก (Stalagmite) จะพบว่ามีชื่อเรียกที่หลากหลายตามรูปร่างที่พบมากถึง 31 ประเภท ส่วนหินย้อย (Stalactite) มีทั้งหมด 4 ประเภท และสุดท้ายคือเสาหิน (Column in Cavern) ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของหินงอกและหินย้อยที่คล้ายกับเสาค้ำยันเพดานถ้ำจำนวน 14 แห่ง นอกจากนี้ยังมีเสาหินที่มีลักษณะแตกต่างกัน เช่น เสาเพชร เสาหินย้อย หรือเสาค้ำสุริยัน รวมถึงบ่อขั้นบันไดที่มีลักษณะคล้ายชายน้ำตกหินปูนที่เรียงเป็นชั้น ๆ เหมือนขั้นบันไดอีกด้วย
2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล คฤหาสน์กูเด็น

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สตูล หรือที่รู้จักกันในชื่อคฤหาสน์กูเด็น ตั้งอยู่บนถนนสตูลธานี ซอย 5 ตรงข้ามกับสำนักงานที่ดินจังหวัดสตูล โดยมีการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2445 โดยพระยาภูมินารถภักดี หรือที่เรียกว่าตวนกูบาฮารุดดินบินตำมะหงง (ชื่อเดิมคือ กูเด็น บินกูแมะ) ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองสตูลในยุคพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
สำหรับคฤหาสน์หลังนี้เดิมถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในช่วงการเสด็จไปเมืองปักษ์ใต้ แต่ไม่ได้มีการประทับแรมจริง และเคยถูกใช้เป็นบ้านพักรวมถึงศาลาว่าการเมืองสตูล จนกระทั่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อาคารนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็นกองบัญชาการของทหารญี่ปุ่น
ต่อมาในปี พ.ศ. 2540-2543 กรมศิลปากรได้ทำการปรับปรุงคฤหาสน์กูเด็นให้กลับมามีสภาพใหม่ โดยอาคารนี้มีลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ในสไตล์ตะวันตกที่ผสมผสานกับความเป็นไทย เช่น ประตูและหน้าต่างที่มีรูปทรงโค้งตามแบบสถาปัตยกรรมยุโรป หลังคาทรงปั้นหยาแบบไทยที่ใช้กระเบื้องดินเผารูปกาบกล้วย และบานหน้าต่างทำจากแผ่นไม้ชิ้นเล็ก ๆ ที่จัดเรียงเป็นเกล็ดแนวนอน ช่องลมด้านบนตกแต่งด้วยรูปดาวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม
3. เกาะไข่

“เกาะไข่” เป็นสถานที่ทางธรรมชาติที่มีความงดงามจนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดสตูล โดยที่มี “ซุ้มประตูหิน” ขนาดใหญ่ให้เดินลอดผ่านได้ ซึ่งมีความเชื่อว่าหากคู่รักได้ลอดผ่านซุ้มประตูหินนี้ จะมีโอกาสได้แต่งงานกัน ในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ประจำปี จังหวัดสตูลมีการจัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสให้กับคู่บ่าวสาวที่บริเวณซุ้มของเกาะไข่ ด้วยเหตุนี้ทำให้สถานที่นี้เป็นที่นิยมในหมู่คู่รักที่ต้องการสร้างความทรงจำแห่งความรัก
สำหรับที่ตั้งของเกาะไข่นี้ตั้งอยู่ระหว่างเกาะอาดังและเกาะราวี เป็นเกาะที่มีชายหาดที่งดงามและสะอาดราวกับสีของเปลือกไข่ น้ำทะเลที่ใสสะอาดทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่น่าสนใจ อีกทั้งเกาะนี้ยังมีความสำคัญต่อระบบนิเวศ เนื่องจากชายหาดของเกาะเป็นสถานที่ที่เต่าทะเลมักขึ้นมาวางไข่อยู่เสมอ และบริเวณรอบเกาะยังอุดมไปด้วยแหล่งอาหารสำหรับปลาอีกด้วย โดยอุทยานไม่อนุญาตให้มีการพักแรมบนเกาะ
4. ถ้ำเลสเตโกดอน

ถ้ำที่สวยงามและยาวที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่บ้านคีรีวง ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า ถ้ำนี้มีชื่อเดิมว่า “ถ้ำวังกล้วย” แต่ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “ถ้ำเลสเตโกดอน” เนื่องจากการค้นพบซากฟอสซิลของช้างสเตโกดอน ซึ่งเป็นช้างดึกดำบรรพ์ที่มีอายุมาก และเป็นการค้นพบที่แรกและแห่งเดียวในภาคใต้ ปัจจุบันซากฟอสซิลเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช พิพิธภัณฑ์ช้างทุ่งหว้า
เมื่อคุณเดินเข้าไปในถ้ำ คุณจะรู้สึกตื่นตะลึงกับแสงระยิบระยับของแร่แคลไซต์ที่เคลือบอยู่ตามก้อนหินที่มีรูปร่างแปลกตา ตลอดระยะทางที่ยาวกว่า 4 กิโลเมตร ไฮไลต์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอยู่ที่ปากทางออกของถ้ำ ซึ่งมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ มองออกไปยังคลองวังกล้วย ซึ่งเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์และสวยงามแห่งหนึ่งในเมืองไทย
5. สันหลังมังกร

สันหลังมังกร หรือทะเลแหวก เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดในจังหวัดสตูล ตั้งอยู่ที่ตำบลตันหยงโป ซึ่งรู้จักกันในชื่อ สันหลังมังกรตันหยงโป จุดเด่นของที่นี่คือในช่วงน้ำลดจะเห็นน้ำที่แยกออกจากกันสองฝั่ง โดยมีสันทรายที่เต็มไปด้วยเปลือกหอยเล็กน้อยนับล้านตัว ที่ถูกคลื่นซัดมาทับถมกันเป็นระยะทางยาวกว่า 4 กิโลเมตร และเมื่อแสงแดดสะท้อนลงมา จะทำให้เกิดสีทองเหลืองอร่ามราวกับเกล็ดมังกร
เรียกได้ว่ามีทุกอย่างครบครันสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสตูล ไม่ว่าจะเป็นทะเลที่สวยงาม ถ้ำที่น่าตื่นตาตื่นใจ หรือแม้แต่วัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ ไม่ต้องรอช้าเลย เตรียมสัมภาระแล้วออกเดินทางไปสัมผัสสตูล หนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวที่น่าค้นหาของไทยที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง สำหรับวันนี้ เว็บหวยสด คงต้องขอตัวลากันไปก่อน บทความหน้าเราจะพาไปเที่ยวไหว้พระที่ไหน รอติดตามชมกันได้เลย สวัสดีครับ